Firdaus Smile
- DEK65 อยากเรียนแพทย์ต้องเตรียมตัวยังใง?
เมื่อเข้าสู่การเปิดเรียนอย่างเป็นทางการนั้นคือ การเริ่มต้นเส้นทางชีวิตของเด็ก 65 ที่ต้องเริ่มวางแผนชีวิตอย่างจริงจังเพื่อพิชิตคณะที่ใช่สาขาในฝัน สำหรับครั้งนี้ “พี่วีวี่” จึงอยากมาแนะนำสำหรับน้องที่ “อยากเป็นหมอ” สิ่งแรกพี่ขอชื่นชมน้อง ๆ ก่อนที่ค้นพบตัวเอง หลังจากนี้คือการเตรียมตัวเพื่อเดินตามเส้นทางฝันที่วางไว้ซึ่งน้องต้องหาข้อมูลเตรียมความพร้อมทั้งความรู้ที่จะใช้สอบ และแนวทางการสอบของแต่ละสนามสอบ ซึ่งหลังจากนี้น้องมีเวลาอีกประมาณ 1 ปีเพื่อเตรียมความพร้อม เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?
- รู้จักตัวเอง / รู้จักมหาวิทยาลัย
น้อง ๆ คงเคยได้ยินคำว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ” เช่นเดียวกัน สิ่งแรกที่น้อง ๆ ควรรู้และควรทำถ้าอยากเป็นหมอนั้นคือ ต้องรู้จักตนเองก่อนมั่นใจว่าเรามีจิตใจที่จะช่วยเหลือคนไข้ ไม่กลัวงานหนัก ไม่หวั่นต่อการอ่านหนังสือที่เคร่งเครียด เมื่อมั่นใจแล้วหลังจากนั้นศึกษาหาข้อมูลในแต่มหาวิทยาลัยว่ามีที่ไหนเปิดสอนบ้าง? รวมถึงศึกษาข้อมูลการรับเข้าการใช้คะแนนของคณะแพทยศาสตร์ด้วยการเทียบเคียงคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด ของปีที่ผ่านมา
- ตั้งเป้าหมายและวางแผนชีวิต
จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นน้อง ม. 4 ที่เพิ่งเริ่มเรียนหรือน้อง ม.6 ที่กำลังเตรียมตัวสอบ สิ่งแรกหลักจากรู้แล้วว่าเราอยากเป็นหมอน้องควรตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต เพื่อนำไปสู่การวางแผนชีวิตที่นำพาไปสู่เป้าหมาย ควรจัดสรรตารางเวลาชีวิตที่มีการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เพื่อจะได้อ่านหนังสืออย่างครบถ้วนสร้างตารางเวลาอ่านหนังสือของเรา เช่น 1 เดือนหลังจากนี้เริ่มทบทวน + ปูพื้นฐานความรู้ ในแต่ละวิชามีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว เมื่อมีการตั้งเป้าหมายและวางแผนแล้ว ควรมีการกำหนดเวลาเพื่อประเมินความคืบหน้า
- วางแผนอ่านหนังสือใน 1 ปี
- เรียนพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจ
- ตะลุยโจทย์เก่า
แม้การเรียนแพทย์จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถเรียนได้ แต่เราสามารถเข้าเรียนได้ด้วยการเตรียมความพร้อม การเตรียมตัวให้ดีโอกาสทำให้น้องมีชัยไปกว่าครึ่ง พี่วีวี่จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสานฝันของน้อง ๆ ให้เป็นจริง ไม่ว่าน้อง ๆ จะเริ่มจากศูนย์หรือติดลบมา เราก็พร้อมแนะแนวทาง ให้ความรู้ เพื่อฟิตเตรียมความพร้อม และก้าวไปอย่างมั่นใจสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝันได้อย่างมั่นใจ
5 สิ่งที่ควรทำ อยากเป็นแพทย์
1. ต้องรู้ตัวแน่นอนว่ามีจิตใจที่จะช่วยเหลือคนไข้ ไม่กลัวงานหนัก และไม่หวั่นต่อการอ่านหนังสือที่เคร่งเครียด และจริงจัง
2. ศึกษาดูว่ามีมหาวิทยาลัยไหนรับเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ ด้วยคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด เท่าไหร่และวิธีการสอบเข้า เช่น เดือนตุลาคมมีการสอบแพทย์ กสพท.สอบตรงมีที่ไหนสอบได้บ้างอาทิ เช่น สิงหานี้มีคณะแพทย์ศาสตร์ ม.ขอนแก่น หรือ สอบเข้าคณะทันตแพทย์ที่จุฬา Admission กลาง ก็ไม่มีสอบ PAT 1 ค่ะ สอบแต่ PAT 2 ล้วนๆ
3. วางแผนชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นน้องที่พึ่งสอบเข้า ม. 4 หรือน้องที่อยู่ม.5 กำลังเตรียม Admission (ข้อนี้พี่มีคำแนะนำว่าให้หัดทำตารางชีวิตตัวเอง หรือที่เรียกว่า Mind Map เช่น ปิดเทอมนี้จะเรียนฟิสิกส์ที่ไหนดี เวลาเหลืออีกเท่าไหร่ เหลืออีกกี่บทที่ไม่ได้อ่าน.
4. วิเคราะห์ตัวเองเลยว่าอ่อนวิชาไหน แล้วเอาไปผสมกับข้อ 3 ว่าต้องเติมวิชาไหน ในตารางเวลาของเรา เช่น อ่อนคณิตศาสตร์ ปิดเทอมนี้เรียน ทบทวน + ปูพื้นฐานและ เรียนม.6 ล่วงหน้า แล้วพอจบคอร์สก็วางตารางไว้ จันทร์ พุธ ศุกร์ ทำโจทย์เลขสัก 1 ชั่วโมง หากทำตามแผนได้ ยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น
5.ให้กับความพยายาม และความอดทน เช่น ง่วงจะแย่อยู่แล้ว อยากนอน แต่เอาอีกสักนิดอึดหน่อย อ่านอีกสัก 30 นาทีแค่นี้เราก็ Advance กว่าเพื่อน ๆ คนอื่นแล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น